การผลิตเมล็ดกาแฟดิบหรือสารกาแฟ

บ่อลอยกาแฟ เกษตรกรควรมีบ่อลอยผลกาแฟ ขนาดพอเหมาะ ใช้ลอยผลกาแฟเพื่อคัดแยกผลกาแฟสมบูรณ์ที่จมน้ำออกจากผลกาแฟไม่สมบูรณ์ที่ลอยน้ำเช่น ผลดิบ ผลที่เมล็ดโตไม่สมบูรณ์ ผลกาแฟถูกมอดเจาะทำลาย เมื่อคัดแยกแล้วควรนำผลกาแฟไปตากและสีแยกกัน ทำให้คุณภาพของกาแฟสูงขึ้นและลดต้นทุนค่าแรงในการคัดแยกในภายหลัง

การผลิตสารกาแฟ หรือกาแฟสารหรือเมล็ดกาแฟดิบ (Green bean) มี 2 วิธีคือ

  1. วิธีเปียก (wet method, wash method) เป็นวิธีที่ได้สารกาแฟที่มีคุณภาพ นิยมใช้กับกาแฟอาราบิก้าโดยนำผลกาแฟสดที่เก็บจากต้น ผ่านการคัดแยกผลสมบูรณ์จากบ่อลอยกาแฟ นำมาปอกเปลือก ด้วยเครื่องสีลอกเปลือก จากนั้นนำเมล็ดที่ได้ไปแช่น้ำ ในถังซีเมนต์หรือถังพลาสติก เอ็นไซม์ในกาแฟจะย่อยเมือกหุ้มเมล็ดออกภายใน 36-72 ชั่วโมง ล้างเมล็ดให้สะอาด สัมผัสด้วยมือแล้วรู้สึกไม่ลื่น แช่ทิ้งน้ำไว้ 12-24 ชั่วโมง นำไปผึ่งแดดบนตาข่ายให้แห้งสนิท โดยหมั่นพลิกกลับเมล็ดกาแฟ เพื่อให้แห้งอย่างสม่ำเสมอ ปกติใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน เมล็ดกาแฟจะแห้งเมื่อแกะกะลาออกแล้วใช้เล็บจิกจะไม่เข้าหรือถ้าลองใช้ฟันกัดเมล็ดกาแฟ เมล็ดกาแฟที่ยังไม่แห้ง จะรู้สึกเหนียว เมื่อเมล็ดกาแฟแห้งดีแล้ว นำไปสีแยกกะลาออกไป โดยเครื่องสีเมล็ดกาแฟเป็นสารกาแฟ

  2. วิธีแห้ง (dry method) เป็นวิธีการที่นิยมทำกันมาในกาแฟโรบัสต้า นำผลกาแฟที่ผ่านการลอยน้ำคัดแยกจากบ่อลอยกาแฟ แล้วนำผลกาแฟนำมาตากทันทีภายใน 1 วัน บนลานซีเมนต์ ที่มีความลาดเอียงประมาณ 10% เพื่อระบายน้ำ โดยมีความหนาผลกาแฟไม่เกิน 5 เซนติเมตร ( ชั้นของผลกาแฟประมาณ 4 ผล พื้นที่ลานตาก 1 ตารางเมตรสามารถตากผลกาแฟได้ประมาณ 30 กิโลกรัมสด ) กลับผลกาแฟวันละ 3 ครั้ง เพื่อให้ผลกาแฟแห้งทั่วถึง ควรใช้ผ้าใบหรือผ้าพลาสติกคลุมกองกาแฟมิให้เปียกฝนหรือน้ำค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมล็ดกาแฟตากช่วยวันที่ 11-15 เป็นจุดวิกฤตอย่าให้เปียกน้ำ เพราะจะทำให้เกิดเมล็ดดำ ปกติใช้เวลาตากประมาณ 15-20 วัน ลักษณะผลแห้ง เมื่อเขย่าผลกาแฟจะมีเสียงเมล็ดกระทบเปลือก จึงนำผลกาแฟแห้งไปสีกะเทาะเปลือกและกะลาออกไปโดยเครื่องสีได้สารกาแฟ