การสีกะเทาะเปลือกกาแฟ

ผลหรือเมล็ดกาแฟต้องแห้งสนิท ความชื้นไม่ควรเกิน 13% เมล็ดกาแฟที่แห้งกะลาที่หุ้มเมล็ดจะแตกง่าย สารกาแฟหรือเมล็ดกาแฟดิบจะแข็ง ใช้เล็บจิกไม่เข้า ถ้าไม่แห้งสนิท จะทำให้สารกาแฟมีสีผิวผิดปกติ ด่างเป็นดวงขาว ๆ บางครั้งพบว่ามีกลิ่นผิดปกติด้วย จึงต้องนำมาตากอีกครั้ง นอกจากนี้ผลหรือเมล็ดกาแฟไวต่อการดูดกลิ่นและความชื้น ไม่ควรเก็บไว้นาน ควรรีบกะเทาะเปลือกกาแฟ โดยใช้เครื่องสีกาแฟทำให้เมล็ดกะเทาะโดยการอัดเสียดสีกันเอง เครื่องสีประกอบด้วยชุดกะเทาะเปลือกเป็นลูกหินขัดและแท่งยางหรือเป็นแกนเหล็ก และมีชุดทำความสะอาดและชุดคัดแยกขนาดเป็นพัดลม และตะแกรงขนาดต่างๆ ช่วยทำความสะอาดแยกสิ่งเจือปนและขนาดเมล็ดกาแฟออกจากกัน ทำให้ได้สารกาแฟที่สะอาด

การคัดเกรดและคุณภาพกาแฟ

เมล็ดกาแฟหลังจากผ่านกระบวนการต่างๆ เป็นสารกาแฟเรียบร้อยแล้ว ต้องคัดแยกขนาดสิ่งเจือปน เมล็ดบกพร่องต่างๆ ออกโดยใช้เครื่องมือคัดทำความสะอาดหรือใช้แรงงานคนคัดแยก เพราะในปัจจุบันการซื้อขายจะคำนึงถึงมาตรฐานคุณภาพของสารกาแฟ สารกาแฟที่มีคุณภาพจะได้ราคาสูง เพราะเมื่อแปรรูปแล้วจะได้กาแฟที่มีคุณภาพสูง ตรงตามความต้องการผู้บริโภคและต้นทุนการแปรรูปต่ำ มาตรฐานกาแฟแต่ละประเทศจะแตกต่างกันไป ในการซื้อขายสารกาแฟจะถูกสุ่มไปจากกระสอบ นำมาประเมินคุณภาพใช้คุณสมบัติภายนอกของสารกาแฟที่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า เช่น ขนาด สี ความสม่ำเสมอของเมล็ดและความชื้นของเมล็ด และประเมินคุณภาพจาการชิมประกอบด้วยรสชาติและเนื้อกาแฟ

การเก็บสารกาแฟ

สารกาแฟควรบรรจุในกระสอบป่าน สะอาด แห้ง ปราศจากกลิ่น โรงเก็บ ควรมีการถ่ายเทอากาศได้ดี ความชื้นสัมพัทธ์ไม่ควรเกิน 60% อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส กระสอบสารกาแฟวางบนพื้นที่ยกสูงไม่ต่ำกว่า 10 เซนติเมตร ห่างจากผนังและหลังคา 0.5-1 เมตร เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศผ่านทั้งด้านล่างและด้านข้าง กาแฟเป็นสารดูดกลิ่น จึงไม่ควรเก็บวัสดุอื่นๆ เช่น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ ในโรงเก็บกาแฟ