![]() |
![]() |
| สำนักงานจังหวัดเป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนภูมิภาค
ดำเนินการเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัด เช่นเดียวกับสำนักงานปลัดกระทรวง มหาดไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการบริหารราชการของกระทรวงมหาดไทยในส่วนกลาง สำนักงานจังหวัดเป็นหน่วยงานที่ปรากฏชื่อเป็นครั้งแรกในพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการ แผ่นดิน พ.ศ. 2495 ซึ่งตามมาตรา 38 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดไว้ว่า ให้แบ่งส่วนราชการของจังหวัด ดังนี้ (1) สำนักงานจังหวัด มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของจังหวัดนั้น มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครอง บังคับบัญชาและรับผิดชอบ (2) ส่วนต่าง ๆ ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ได้ตั้งขึ้น มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการกระทรวง ทบวง กรมนั้น ๆ มีหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนั้น ๆ เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาและรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสำนักงานจังหวัดจะมีปรากฏชื่ออยู่ตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัตสำนักงานจังหวัดยังไม่เคยได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยมีเจ้าหน้าที่ของตนเองไปประจำปฏิบัติงานอยู่เลย คงมีแต่เฉพาะตัว ผู้ว่าราชการจังหวัดเพียงท่านเดียว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในระยะแรก ๆ งานของ สำนักงานจังหวัดมีปริมาณไม่มากนัก ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้แผนกปกครองจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการแทน ต่อมาเมื่องานด้านต่างๆ ของจังหวัดมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งสำนักงานจังหวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ของตนเองประจำปฏิบัติงานอยู่อย่างแท้จริง เพื่อช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัดในการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งมีอยู่อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติให้บังเกิดผลแก่ประชาชนในท้องที่ และรัฐบาลได้มีนโยบายที่จะพัฒนาการบริหารราชการที่จะให้หน่วยงานของทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน่วยงานในจังหวัดได้ขึ้นตรง หรือรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานจังหวัดจึงต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัด และเป็นศูนย์กลางในการประสานแผนและโครงการของทุกกระทรวง ทบวง กรมในจังหวัด กระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2516 จึงได้กำหนดให้มีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นในสำนักงานจังหวัด จำนวน 5 จังหวัด และได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 กำหนดให้ขยายการจัดอัตรากำลังเพิ่มขึ้นใน ปี พ.ศ. 2518 อีกจำนวน 16 จังหวัด และในปี พ.ศ. 2519 จำนวน 49 จังหวัดตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้สำนักงานจังหวัดเป็นหน่วยงานที่มีขีดความสามารถในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ดำเนินการเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดได้เช่นเดียวกับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในส่วนกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหาร การวินิจฉัยสั่งการ การประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานจังหวัดให้เป็นไปตามนโยบาย ซึ่งได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ขึ้นในส่วนราชการของสำนักงานจังหวัดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2517 ใน 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ชลบุรี สงขลา และยะลา ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้ขยายการดำเนินการเพิ่มขึ้นใน 16 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี สมุทรปราการ สุโขทัย พิจิตร นครปฐม และชุมพร และในปี พ.ศ. 2519 ได้ขยายเพิ่มขึ้นจนครบทุกจังหวัด |
| |
| สำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ชั้น 4 ถนนประชานิมิตร จังหวัดอุตรดิตถ์ รหัสไปรษณีย์ 53000 โทร./โทรสาร 0-5541-1977 ทำงานเกี่ยวกับส่วนราชการโดยรับคำบัญชาจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์โดยตรง โดยมี นายยงยุทธ สิงห์ธวัช เป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์คนปัจจุบัน |
![]() นายยงยุทธ สิงห์ธวัช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์คนปัจจุบัน ![]() |
| |
| สำนักงานจังหวัดในปัจจุบัน
ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากยุคแรกอย่างมาก มีอำนาจหน้าที่ภารกิจและโครงสร้างอัตรากำลังที่ชัดเจนขึ้น
สำหรับหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานจังหวัดเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
และเป็นไปตามผลของกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ ดังนี้ รับผิดชอบเกี่ยวกับงานอำนวยการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัด งานบริหารทั่วไปของจังหวัด งานจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาของจังหวัด รวมทั้งงานอื่น ๆ ที่มิได้มีหน่วยงานใดในจังหวัด รับผิดชอบ สำนักงานจังหวัด มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของจังหวัด ปฏิบัติงานเป็นนักวิชาการด้านแผนงาน โดยควบคุมดูแลงาน ประสานโครงการจังหวัด และรวมทั้งงานเลขานุการจังหวัด และขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบงานในสำนักงานจังหวัด งานประสานโครงการจังหวัด มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาวางแผนงานประสานโครงการต่าง ๆ ของจังหวัด ติดตามและประเมินผลงาน ศึกษาข้อมูลและเสนอแนะเกี่ยวกับแผนการประสานโครงการจังหวัด งานเลขานุการจังหวัด มีหน้าที่เกี่ยวกับงานเลขานุการผู้ว่าราการจังหวัด งานธุรกิจ งานสารบรรณ งานการเจ้าหน้าที่ และงานด้านการรับรองและพิธีการต่าง ๆ ของจังหวัด งานการเงิน บัญชีพัสดุ เฉพาะส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจังหวัด อยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย |
![]() |
| |
| ฝ่ายที่
1 ฝ่ายเลขานุการจังหวัด รับผิดชอบเกี่ยวกับงานประจำและงานที่มิใช่เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในจังหวัด
ดังนี้ 1. งานเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัด 2. งานสารบรรณ (รับ ส่ง ของจังหวัด) 3. งานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในจังหวัด 4. งานการข่าวและประชาสัมพันธ์ 5. งานด้านเรื่องราวร้องทุกข์และวินัยข้าราชการ 6. งานด้านการประชุมของจังหวัด 7. งานด้านการรับเสด็จและการรับรอง 8. งานด้านพิธีการต่าง ๆ 9. งานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ (เฉพาะส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย) 10. งานด้านงบประมาณของจังหวัด 11. งานเกี่ยวกับชายแดน กอ.ปค.เขต, กรป.กลาง (เฉพาะจังหวัดชายแดนหรือมีหน่วยงานดังกล่าว ) 12. การสื่อสาร 13. การดูแลสถานที่ราชการ ควบคุมยานพาหนะของจังหวัด 14. งานเหล่ากาชาด อาสากาชาด |
| ฝ่ายที่
2 ฝ่ายประสารโครงการจังหวัด รับผิดชอบเกี่ยวกับเป็นศูนย์ประสานงานของโครงการต่าง
ๆ ของจังหวัด รวมตลอดถึงการติดตาม ประเมินผล โครงการต่าง ๆ ดังนี้ 1. งานด้านการรวบรวมสถิติข้อมูลต่าง ๆ ของจังหวัด 2. งานนโยบายของจังหวัด 3. งานวางแผนพัฒนาจังหวัด 4. งานการกำหนดโครงการของจังหวัด 5. การประสานและควบคุมการดำเนินงานตามโครงการ 6. การติดตามผลและการประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ 7. การตรวจราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในส่วนกลาง 8. การวิเคราะห์การตรวจราชการเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้หน่วยที่ เกี่ยวข้อง ดำเนินการ 9. งานของส่วนราชการซึ่งฝากให้จังหวัดปฏิบัติจัดทำอยู่ และยังไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ 10. งานซึ่งมิได้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดโดยเฉพาะ |
ประโยชน์ด้านการบริหารราชการของจังหวัดอย่างกว้างขวาง
จะทำให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ ก้าวหน้าเป็นผลดีแก่ราชการยิ่งขึ้น
ดังแยกประโยชน์ที่จะได้รับเป็นข้อ ๆ ดังนี้ |
| (1)
สำนักงานจังหวัดจะเป็นศูนย์การปฏิบัติงานที่สมบูรณ์แบบ มีสมรรถภาพในการบริหารงาน
เท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
การปฏิบัติงานของส่วนราชการประจำจังหวัดในแต่ละจังหวัดระหว่าง
23 27 ส่วน แต่ละส่วนราชการแบ่งแยกกันโดยเด็ดขาด การบริหารราชการทุกอย่างมุ่งสู่
ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ผู้เดียว ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงเป็นศูนย์กลางของจังหวัด
การกำหนดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจังหวัด เจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางของงานต่าง
ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทุกส่วนราชการให้รวมอยู่เป็นสัดส่วนให้ง่ายต่อการควบคุม
ติดตาม และตรวจสอบ |
| (2) สำนักงานจังหวัดจะเป็นศูนย์ประสารโครงการของจังหวัด ปัจจุบัน แต่ละจังหวัดจะมีโครงการหรือแผนพัฒนาจังหวัดในด้านต่าง ๆ เป็นอันมาก ทั้งที่เป็นโครงการระยะยาวและระยะสั้น โครงการของจังหวัดแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ประเภทที่ 1 เป็นโครงการของส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งรับนโยบายและคำสั่งจากกรมเจ้าสังกัดให้จัดทำขึ้น ประเภทที่ 2 เป็นโครงการของจังหวัดเองโครงการทั้ง 2 ประเภท อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้องควบคุม ตรวจสอบประเมินผล แก้ไขอุปสรรค แต่ละจังหวัดจะมีโครงการใหญ่ ๆ ประมาณ 20 50 โครงการ แต่ละโครงการใหญ่จะแบ่งออกเป็นโครงการย่อย ๆ ตามประเภทของงาน แต่ละจังหวัดจะมีโครงการย่อย ตั้งแต่ 100 200 โครงการ โครงการดังกล่าวประเภทที่ 1 ส่วนราชการต่าง ๆ เป็นเจ้าหน้าที่โครงการ โครงการประเภทที่ 2 สำนักงานจังหวัดเป็นเจ้าหน้าที่โครงการ ในทางปฏิบัติการควบคุมงานด้านโครงการของผู้ว่าราชการจังหวัดยังกระทำได้ไม่เต็มที่ เพราะโครงการ ต่าง ๆ กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนราชการเจ้าของเรื่องผู้ว่าราชการจังหวัดมีโอกาสทราบความเคลื่อนไหวของงานตามโครงการเพียง 2 วิธี คือ เจ้าของโครงการรายงานให้ทราบ กับคอยติดตามขอทราบจากเจ้าของเรื่อง เมื่อคำนึงถึงภารกิจต่าง ๆ ของผู้ว่าราชการจังหวัดจะเห็นว่า โอกาสที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะควบคุมงานด้านโครงการอย่างใกล้ชิดทุกโครงการเวลายังไม่อำนวยให้ การกำหนดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจังหวัดขึ้น จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานด้าน โครงการเป็นอย่างยิ่ง เพราะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจังหวัด จะเป็นศูนย์กลางของทุกโครงการคอยติดตาม สอบถาม ประสานงาน ประเมินผล และรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตลอดเวลา ผลงานต่างๆจะบรรลุสู่ เป้าหมายได้พร้อม ๆ กัน |
| (3)
ช่วยให้การบริหารราชการของส่วนราชการจังหวัดเป็นสัดส่วนตรงตามสายงาน
ดังที่กล่าวไว้ตอนต้นแล้วว่า
งานส่วนใหญ่ของสำนักงานจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของแผนกปกครองจังหวัด
อันได้แก่ ปลัดจังหวัด จ่าจังหวัด ผู้ตรวจราชการส่วนท้องถิ่นและอักษรเลข รับผิดชอบมาโดยตลอด
ซึ่งเป็นภาระหน้าที่สำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมการปกครองตลอดมา ในทางปฏิบัติปรากฏว่า
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องใช้เวลาปฏิบัติงาน ซึ่งควรเป็นของสำนักงานจังหวัดเกินกว่า
50 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาปฏิบัติราชการทั้งหมด มีเวลาปฏิบัติราชการในหน้าที่กรมการปกครองน้อย
ทำให้ผลงานตามสายงานโดยตรงไม่บังเกิดผลดีเท่าที่ควร เท่าที่กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการสำรวจปรากฏกว่า
เกือบทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ปลัดอำเภอมาช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อปฏิบัติงานด้านป้องกันจังหวัด
และด้านอักษรเลข เพราะฉะนั้น งานด้านนี้จะไม่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงตามวัตถุประสงค์ การกำหนดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้แก่สำนักงานจังหวัด อาจก่อให้เกิดประโยชน์ที่ทำให้สำนักงานจังหวัดมีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว ยังทำให้มีการปฏิบัติงานตามสายงานได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ทำให้เกิดผลดีแก่ราชการของกรมเจ้าสังกัดและจังหวัดเป็นส่วนรวม |
| |
| |
| |
| |
| |
| ปรากฏตามแผนอัตรากำลัง 3 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2531 2533) ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กำหนดการแบ่งงานภายในสำนักงานจังหวัดออกเป็น 3 ฝ่าย ประกอบด้วย |
|
|
|
| |
| มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการ
วางแผนพัฒนาจังหวัด รวมทั้งงานด้านการพัฒนาของจังหวัดโดยส่วนรวม ซึ่งประกอบด้วยงานจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดงานศูนย์ข้อมูลของจังหวัด
งานศูนย์ประสานการพัฒนาชนบทระดับจังหวัด งานบริหารแผนและโครงการงานติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ
และผลกระทบของโครงการ งานบริหารการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาชนบทในระดับจังหวัดงานโครงการเฉพาะกิจ
เช่น โครงการพระราชดำริ โครงการ กสช. โครงการตามความริเริ่มของจังหวัดงานประชาสัมพันธ์
งานพัฒนาชนบทของจังหวัด ฯลฯ และงานนโยบายของรัฐบาล เช่น งาน กรอ. ในฝ่ายนี้จะร่วมกันปฏิบัติงานโดยไม่แยกเป็นงานออกมาให้เห็นชัดเจนเช่นฝ่ายอำนวยการทั้งนี้เนื่องจากขั้นตอนในการทำงานหรือลักษณะงานที่ปฏิบัติมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างใกล้ชิด
โดยแบ่งขั้นตอนของการปฏิบัติงานออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ |
| |
|
|
มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานอำนวยการทั่วไปของผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แก่ งานเกี่ยวกับการตรวจสอบ ให้คำปรึกษาเสนอแนะความเห็นแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด การประสานราชการกับส่วนราชการต่าง ๆ การกำกับดูแลเกี่ยวกับการติดตามผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด งานบริหารทั่วไปของจังหวัด ได้แก่ งานเลขานุการ งานบริหารงานบุคคลในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด งานสารบรรณ งานธุรการ งานการเงินและบัญชีของสำนักงานจังหวัดและของหน่วยงานอื่นที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง งานผู้อพยพและชนกลุ่มน้อย งานอื่น ๆ ที่ไม่มีหน่วนงานใดรับผิดชอบโดยตรง และรวมทั้งงานที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ปฏิบัติเฉพาะเรื่อง แบ่งงานย่อยในฝ่ายออกเป็น 2 งาน คือ |