" เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน"
         
         
"บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก"
         
            ในสมัยที่พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบาย พัฒนาการท่องเที่ยวทั่วประเทศให้เป็นรูปธรรม อันก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศ เป็นสำคัญ จึงกำหนดให้ทุกจังหวัดมีคำขวัญที่บ่งบอกถึงสิ่งที่สำคัญของ จังหวัด   โดยเน้นเรื่อง    ธรรมชาติ   ศิลปวัฒนธรรม   ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม   เป็นต้น   หลายจังหวัดจัดให้มีการส่งคำขวัญเข้าประกวด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์สมัยนั้นได้นำนโยบายนี้เข้าหารือ ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ    และดำริให้มีการประกวดคำขวัญด้วยเช่นกัน ตลอดจนได้สังเคราะห์แนวคิดในที่ประชุมเป็นกรณีตัวอย่าง  สื่อมวลชนได้นำ ไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นเบื้องต้นรวมถึง องค์กรต่าง ๆ   ก็ใช้กัน อย่างกว้างขวางจนติดปากบุคคลทั่วไป     มีดำริในที่ประชุมจังหวัด  ที่จะให้ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์     (สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์)   เป็นผู้ดำเนินการกำหนด กรอบแนวคิดและเงื่อนไข   การประกวด   รวมทั้งงบประมาณเพื่อมอบเป็นรางวัล แต่ก็ยังไม่พร้อม ในสมัยนั้น  จึงใช้คำขวัญดังกล่าวสืบทอดต่อกันมาจนเป็น คำขวัญ
                                       
 
             
             
                           
                           
                           
                           
                           
      ก่อนหน้านี้ในสมัย   ฯพณฯ   จอมพลป.พิบูลสงคราม   เป็นนายก รัฐมนตรีเมื่อราว  ..  2483 ดำริให้มีการออกแบบทำตราประจำจังหวัดต่างๆ  ขึ้น เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์และนำเสนอปูชนียสถานปูชนียวัตถุที่สำคัญ ๆ ของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น  ดังนั้น  จึงได้นำรูปพระแท่นศิลาอาสน์  ซึ่งเป็นโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองของอุตรดิตถ์     มาผูกติดลวดลายเป็นตรา ประจำจังหวัด ตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์   ออกแบบครั้งแรกโดยพระพรหมพิจิตรเขียนลายเส้นโดย  นายอุณห์    เศวตมาลย์     โดยทำเป็นรูปมณฑปประดิษฐาน พระแท่นศิลาอาสน์     ต่อมาทางราชการให้เพิ่มเติมรายละเอียดโดยทำรูปครุฑ   ซึ่งเป็นตราแผ่นดิน    และลวดลายกนกมาประกอบไว้     พร้อมทั้งเพิ่มตัวอักษรอุตรดิตถ์เข้าไว้ในตราด้วย
                                       

 

        มีลักษณะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาดกว้าง 120 เซนติเมตร  ยาว 180 เซนติเมตร  มีพื้นสีแสดคาดแถบสีม่วงแก่   ขนา ด 70 เซนติเมตร  2  ริ้วตัดผ่าน กลางผืนธง    เป็นรูปกากบาท      และตรงกลางผืนธงจะมีเครื่องหมายดวงตรา ประจำจังหวัด      มีสัญลักษณ์เป็นพระแท่นศิลาอาสน์มีมณฑปสีเหลืองครอบอยู่สองข้างของมณฑปเป็น ลวดลายกนกสีน้ำเงินเข้ม    ด้านหน้ามณฑปมีรูปครุฑ สีแดง   ทั้งหมดบรรจุในกรองวงกลม    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  70  เซนติเมตร ด้านล่างมีตัวหนังสือชื่อจังหวัด   เส้นรอบขอบวง
                                       

 

        ดอกประดู่  ดอกไม้ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์  ในราวปี พ..2504 รัฐบาลเริ่มใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกได้มีโครงการ พัฒนาท้องถิ่น หลายรูปแบบส่วนใหญ่เน้นเรื่องเศรษฐกิจในชุมชนเป็นหลักเพื่อ เป็นแบบอย่างในการพัฒนาส่วนหนึ่งจังหวัดจึงมีนโยบายให้หน่วยงานราชการ ทุกแห่ง ปลูกไม้ประดับและไม้ยืนต้นในพื้นที่ของส่วนราชการทุกแห่งและ เสนอแนะ ให้ ปลูกพันธุ์ไม้ ชื่อ  กัลปพฤกษ์   และพันธุ์ไม้ประดู่  ด้วยเหตุผล  2  ประการคือประเภท
ดอกสวยงาม  และมีความแข็งแรงทนทานต่อดินฟ้าอากาศ  ต้นกัลปพฤกษ์เป็น ไม้เปลือกบางสู้ความแห้งแล้งไม่ได้  ตายไปเกือบหมด   เหลือแต่ประดู่
จึงกำหนดให้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดและดอกไม้ ประจำจังหวัด ในโอกาสนั้น    เนื่องจากไม้ประดู่โตช้ามาก   ต่อมาจึงพยายามปลูกต้นกัลปพฤกษ์    ชัยพฤกษ์ และอินทนิน   ขึ้นมาใหม่อีก  ซึ่งยังคงมีเหลือให้เห็นอยู่บ้างส่วนหนึ่งก็ถูกตัด ทำลายไปเพราะกิ่งก้านมีผลกระทบต่อสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์  ดังนั้นจึงยัง ยึดถือดอกประดู่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ในแนวคิดเดิม  ชื่อเรียก   ประดู่บ้าน  ประดู่ลาย  สะโนและประดู่อินเดีย  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์       ไม้ต้นสูง 25 เมตรหรือมากกว่า  ใบประกอบ  1  ใบ    มี  7 - 11  ใบย่อย ใบรูปไข่ หรือไข่แกมขอบขนาน  มีดอกมากเป็นสีเหลืองและมีกลิ่นหอม    

         สรรพคุณ

      ราก   แก้ไข้   แก้ไข้พิษเซื่องซึม   แก้พิษไข้   กล่อมโลหิต   บำรุงโลหิต  คุมธาตุ    แก้เสมหะเฟื่อง  
      แก่น   บำรุงโลหิต   กล่อมโลหิต   แก้เสมหะเฟื่อง   คุมธาตุ    แก้กะษัย  
      ใบ     ทำให้ฝีสุกเร็ว    พอกแผล   แก้ผดผื่นคัน  
      ยาง  แก้โรคท้องเสีย   แก้โรคคปากเปื่อย   แก้ปากแตกระแหง

                                       

 

      ต้นสัก    ต้นไม้ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ต้นที่ยังอ่อน อยู่มีขนสูงได้ถึง  50  เมตร  ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามวงรีกว้าง   กว้าง  6 – 50  เซนติเมตร  ยาว 11 – 95  เซนติเมตร ดอกช่อขนาดใหญ่  ออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบบริเวณปลายกิ่ง   กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นผลสด รูปค่อนข้างกลมมีขนละเอียดหนานุ่ม   หุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ขยายตัว   เป็นไม้ คุณภาพดีของประเทศและมีราคาแพงใช้ในงานก่อสร้างและงานเฟอร์นิเจอร์ได้ เป็นอย่างดี ตำรายาไทยใช้แก่นขับปัสสาวะ  แก้บวมน้ำ  แก้ไข้  เปลือกต้นเข้ายา  คุมธาตุ   แก่นและใบขับลมในลำไส้    รักษาเบาหวาน   ปัสสาวะพิการ  (อาการ ปัสสาวะปวด   หรือกระปริบกระปรอย    หรือขุ่นข้นสีเหลืองเข้ม   หรือมีเลือด)   และไตพิการ    ยาพื้นบ้านใช้แก่น    ผสมกับรกทองพันชั่ง       หัวข้าวเย็นเหนือ    หัวข้าวเย็นใต้     ต้นกำแพงเจ็ดชั้น     ต้นหัวร้อยรู      และหญ้าชันกาดทั้งต้น   ต้มน้ำดื่ม     แก้เบาหวานพบว่าน้ำสกัดใบ ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดออกฤทธิ์เร็ว    และหมดฤทธิ์เร็ว
                                       

 

     โอ้งามพร้อมสิ้นแผ่นดินสองฝั่งเปรียบดังวิมาน

อุตรดิตถ์คือแดนสำราญเหนือลำน้ำน่านย่านธารไหลมา

แลเขียวไกลใกล้ฤกษ์ไพรซ้อนสู่หมู่ทิวภูผา

มีเขื่อนโอฬารโสภาสำคัญล้ำค่าคราชม

                                 อุตรดิตถ์แหล่งชีวิตชื่นรื่นรมย์สมชื่อ

     มีประเพณีระบือถือกันพร้อมสิ้นแผ่นดินภิรมย์

มีไม้สักใหญ่เหนือไพรทั้งหล้าที่พาชื่นชม

ในอุทยานภิรมย์สังคมพักผ่อนเพลินดี

                                 พระแท่นศิลาอาสน์ที่เคารพบูชามั่น

พร้อมหลวงพ่อเพชรอันเลื่องลือกันขวัญเมืองเรานั่นนานปี

ภูมิในดวงแดด้วยเมืองลับแลเรานี่

     ก็มีสาวงามเป็นที่เลื่องลือระบือไปไกล

อุดมพร้อมสิ้นแผ่นดินนี้เด่นร่มเย็นทั้งปี

ลางสาดเมืองเรารสดีหวานเกินทุกที่แผ่นดินของไทย

แดนพัฒนาทุกทางรุดหน้าประชาภูมิใจ

อุตรดิตถ์ดินแดนของไทยวิไลสมชื่อเมืองงาม

 

 

 เพลงอุตรดิตถ์เมืองงามตามเนื้อร้องข้างต้นเป็นการร้อยเรียง

  สภาพภูมิศาสตร์   สิ่งแวดล้อมและสังคมของจังหวัดอุตรดิตถ์ให้เกิดเป็น

  ท่วงทำนองไว้อย่างไพเราะกลมกลืนนับเป็นวิธีสื่อที่ช่วยให้ผู้คนที่รับฟังได้

  รู้จักอุตรดิตถ์แบบภาพรวมอย่างรวดเร็วและน่าประทับใจ

 bar_green.gif