สถานที่ท่องเที่ยว ในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
1. หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน
 
Luang Phor Phet
      หลวงพ่อเพ็ชร  ประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าถนน (วัดวังเตาหม้อ) ตรงข้ามสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ หลวงพ่อเพ็ชรเป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชรศิลปะเชียงแสน หน้าตักกว้าง 32 นิ้ว ในปี พ.ศ. 2436 หลวงพ่อด้วง  เจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ ขณะเดินทางกลับจากรับนิมนต์ไปทำบรรพชาที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแลได้ผ่านวัดสะแกซึ่งเป็นวัดร้าง พบเนินดินเป็นจอมปลวกขนาดใหญ่ มีเกศพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมา เมื่อขุดดูพบว่าเป็นพระพุทธรูปสำริดที่มีพุทธลักษณะงดงาม จึงนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดท่าถนน มีผู้คนมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมากประกอบกับเป็นพระพุทธรูปที่ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร จึงเรียกกันว่า หลวงพ่อเพชร

     This is a brass-tin alloy Mara Vichai Buddha in a diamond lotus position with a 32 inch base. It is Chiangsaen craftsman ship. In 1893 Luang Phor Dung, the abbot of Mon Mai Temple attended an ordination at Sawang Arom Temple, Tambon Phailom, Lablae District. On his way back he passed a deserted temple named Sagae. He noticed a termite mound with a Buddha’s top sticking out. He had the place excavated and found a beautiful brass-tin alloy Buddha effigy. He then had this Buddha enshrined at Tha Thanon Temple (Wang Tao Moh Temple). Now this temple is opposite to Uttaradit Railway Station. Many worshippers named this effigy Luang Phor Phet which means the Buddha in Diamond Lotus Position.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------

2. วัดพระฝางสวางคมุนีนาถ  
Wat Phra Fang Sawangkhamuninat
      ตั้งอยู่ที่บ้านพระฝาง ตำบลผาจุก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1045 จนถึงทางหลวงสายหลักหมายเลข 11 เลี้ยวขวาไปทางจังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากทางแยกเข้าไปตามถนนลาดยางอีก ประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดพระฝางสวางคมุนีนาถ ซึ่งในอดีต อาณาบริเวณวัดแห่งนี้ เคยเป็นที่ตั้ง ของเมืองสวางคมุนี หรือ เมืองฝางอันเป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และเคยเป็นแหล่งชุมนุมก๊กพระเจ้าฝางสมัยธนบุรี โบราณสถานที่สำคัญภายในวัดพระฝางสวางคมุนีนาถคือเจดีย์พระมหาธาตุเมืองฝาง พระวิหารเก่าหลังใหญ่ ที่ผนังด้านหน้ามีประตูใหญ่อยู่ตรงกลาง เป็นบานประตูไม้ แกะสลักงดงามมากปัจจุบันนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดธรรมาธิปไตยภายในวิหารมีพระประธานใหญอยู่องค์หนึ่งและมีพระอุโบสถเก่าหลังหนึ่ง เคยเป็นที่ประดิษฐานพระฝาง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง และพระบาทสมเด็จพระจุล-จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้อัญเชิญไปไว้ที่วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร

       Located in Tambon Pha Jook, about 20 kilometers away from Uttaradit Province. Follow Highway No. 1045 up to Highway No. 11, turn right for about 3 kilometers toward Phitsanulok Province, turn left intothe asphalted road about 17 kilometers to arrive at Wat Phra Fang Sawangkhamuninat . In the past, the area of this Wat Phra Fang Sawangkhamuninat was the location of Sawangkhaburi Town or Fang Town, an old town in the days of the capital of Sukhothai, and the place where Chao Wat Phra Fang gathered during Thonburi era. Among the ancient remains of Phra Fang Sawangkhamuninat is Phra Mahathat Chedi of Fang Town a large old vihara. The front wall has a large door in the middle. It is avery beautifully carved wooden one, presently maintained at Thammathipatai Temple in the province town Uttaradit. Inside the viharn there is one large main Buddha image, an old Phra Ubosot where was once the established place of Phra Fang, a Buddha image, which King Chulalongkorn subsequently brought to place in Benchamaborphit Temple, Bangkok.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
3. วัดธรรมาธิปไตย  
Wat Dharma Thippatai
      อยู่ใกล้สี่แยกจุดตัดถนนอินใจมีกับถนนสำราญรื่นตำบลท่าอิฐในอาคารธรรมสภาเก็บรักษาบานประตูวิหารวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ ซึ่งแต่เดิมอยู่วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถแต่เนื่องจากวิหารชำรุดทรุด โทรมมาก เจ้าคณะสงฆ์จังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้ขออนุญาตกรมศิลปากรนำมาเก็บรักษาไว้ที่อาคารธรรมสภาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 บานประตูคู่นี้แกะสลักในสมัยอยุธยา แต่ละบานขนาดกว้าง 1.2 เมตร สูง 5.3 เมตร และหนาถึง 16 เซนติเมตร ทำจากไม้ปรูแกะสลักเป็นลายกนกก้านขด ลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ บานละ 7 พุ่ม ระหว่างพุ่มทรงข้าวบิณฑ์มีกนกใบเทศขนาบ สองข้างขวามือด้านบนมีอกเลาประตูอยู่ตรงกลาง แกะสลักเป็นลายเทพพนม ตอนบนอกเลา 4 องค์ตอนล่างอกเลา 4 องค์ กล่าวกันว่างดงามเป็นที่สองรองจากประตูวิหารวัดสุทัศน์ในกรุงเทพฯ

      Located in town near the In Chai Mee & Samranruen Intersection, Tambon Tha It, inside the Dhammasapha building. One of the most interesting things in the temple is intricately carved ancient door of Wat Phra Fang Sawangkhaburi Muninat. This pair of wooden doors are the craftsmanship of Ayutthaya era. Each door is 5.30 m. x 1.20 m. x 0.16 m. It has mazy different patterns such as Pum Khao Bin, Kanok Kan Khod and Kanok Bai Ted. The edge of the right door has a very beautiful Thep Phanom pattern. As Wat Sawangkhaburi Muninat fell into ruin in 1951, Uttaradit Sangha Group applied to the Fine Arts Department for permission to keep these wooden doors at the Dharma Council in Dharmathipatai Temple.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
4. วัดกลางธรรมสาคร  
Wat Klang Dharmasakhon

    ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเกาะ ภายในวัดมีพระอุโบสถเก่าแก่ สมัยอยุธยาตอนปลาย และต้นรัตนโกสินทร์ ประมาณ พ.ศ. 2285มีลักษณะงดงามมากโดยเฉพาะที่หน้าบันเป็นไม้จำหลักรูปครุฑจับนาคเป็นตราพระราชลัญจกร รัชกาลที่ 2 อยู่ท่ามกลางลายเครือเถาก้านขดและมีเทพพนมสลับอยู่เป็นระยะ ส่วนภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่สามด้าน ปัจจุบันเลอะเลือนไปมาก นับเป็นสถานที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์

 

    This is an interesting temple in Uttaradit. It is situated in Tambon Ban Koh Sub-district, Mueang Uttaradit. Inside this temple stands a very beautiful ancient ceremony hall. It was built in 1742 which was the end of Ayutthaya era and the dawn of Rattanakosin era. The front of the gable was carved into a Garuda subduing a Naga which was the signet of the Second King of the Chakri Dynastic. It was in the middle of Khrua Thao Kan Khod and Thep Phanom patterns. Inside the ceremony hall, there are paintings on three walls. Now they are fading away.

กลับด้านบน

   -------------------------------------------------------------------------------------------------
5. หอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์  
Uttaradit Cultural Hall

    ตั้งอยู่ที่ถนนแปดวา ตรงข้ามจวนผู้ว่าราชการจังหวัด มีลักษณะเป็นอาคารไม้สองชั้น สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมทีเป็นบ้านของขุนพิเนตรจีนภักดิ์ ได้ว่าจ้างนายช่างชาวจีนมารับเหมาก่อสร้างและระดมช่างฝีมือมากมาแกะสลักลวดลายฉลุเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานรูปแบบของไทย และตะวันตกได้อย่างประณีตงดงามมากภายในอาคารศูนย์วัฒนธรรมใช้เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่สำคัญของชาวอุตรดิตถ์
โดยได้จัดแสดงโบราณวัตถุที่สำคัญดังนี้
1. หลวงพ่อทันใจ Luang Phor Thanchai
2. ยานมาศ
Yarnmart
3. ตู้พระธรรมลายรดน้ำ
Lairodnam Scripture Bookcase

     Located on Paedwa Road opposite of the Governor’s House, the hall is two storey wooden house built in the reign of King Rama V. Originally, it was the house of Khun Phinetjeenphak, who employed a Chinese contractor and mobilized a great number of skilled workers to perform fretworks in an architectural style blending the Thai and Western styles together in a beautiful and elaborate manner. The interior of the Cultural Center building is used for displaying important antiques of the people of Uttaradit.

กลับด้านบน

หลวงพ่อทันใจ
 
Luang Phor Thanchai
    พระพุทธรูปไม้แกะสลักหน้าตักกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 2 เมตร พุทธลักษณะงดงามมากเป็นพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ
วัดดอยแก้วปัจจุบันทางหอวัฒนธรรมได้ขอยืมมาจัดแสดงไว้ที่ห้องโถงชั้นสองของอาคารศูนย์ฯ

     A carved wooden Buddha image 80 centimeters wide, measured acoording to the lap size and 2 meters high. Looking very beautiful, it is installed in the Phra Ubosot of Doi Kaew Temple. Presently, it is being displayed on a borrowing basis in the hall on the second floor of the Cultural Hall.

กลับด้านบน

ยานมาศ
Yarnmart
     คานหามไม้แกะสลักโปร่ง 3 ชั้น กว้าง 73 เซนติเมตร ยาว 3.50 เมตร สูง 1.45 เมตร เป็นฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ยานมาศนี้ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้ทรงบันทึกไว้ในจดหมายเหตุเมื่อคราวเดินทางมาตรวจราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือ พ.ศ. 2444 ว่าทรงพบยานมาศนี้แบบนี้ 4 คัน คันแรกทรงพบที่อำเภอ มโนรมย์ จังหวัดชัยนาท อีก 2 คัน พบที่วัดพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลกครั้นมาถึงอุตรดิตถ์ก็พบอีกคันหนึ่งที่วัดท่าเสาซึ่งปัจจุบันนี้ได้นำมาจัดแสดงไว้ให้ประชาชนชมที่หอวัฒนธรรม

    Yarnmart a three-layered open carved wooden litter 73 centimeters wide, 3.50 meters long and 1.45 meter high is a work of craftsmen in the late part of the Ayutthaya era. Four such “Yarnmarts” were reported to be found in a report by Prince Narisaranuwattiwong when he made an inspection tour of northern towns in 1901, The first one was found at Manorom District, Chai Nat Province and two others were found at Wat Phra Buddha Chinnaraj , Phitsanulok Province and fourth one was found at Wat Tha Sao , presently being displayed at the Cultural Hall.

กลับด้านบน

ตู้พระธรรมลายรดน้ำ
 
Lairodnam Scripture Bookcase
    เป็นตู้พระธรรมไม้ลงรักปิดทองลายรดน้ำฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์
ตอนต้น.

     It is a Scriptures Bookcase in a form of Thai art where the figure is traced in gold thread or gold wire on a lacquer base, a work of craftsmen in the early part of the Ratanakosin era.

กลับด้านบน

กิจกรรมศูนย์วัฒนธรรม
Activities of The Cultural Center
     เปิดให้ประชาชนได้เข้าชม ทุกวัน และในวันเสาร์ – อาทิตย์ เปิดให้ชมรมพระเครื่องนำพระเครื่องมาแลกเปลี่ยนซื้อ ขายกัน รวมถึงพ่อค้าของเก่าที่นำเอาภาชนะเครื่องใช้โบราณ มาจำหน่ายบริเวณชั้นล่างอาคารศูนย์วัฒนธรรม

     Open to public everyday and on Saturday and Sunday ornamental Buddha images are open to the public and dealers are allowed to bring ornamental Buddha images for bartering or sale, as well as dealers of used articles to bring ancient appliances for sale, in the area of the ground floor of Cultural hall.

กลับด้านบน

   -------------------------------------------------------------------------------------------------
6. วัดดอยแก้ว
Wat Doi Kaeo

     ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลแสนตอ อ.เมืองอุตรดิตถ์ เลยวัดพระฝางไป 8 กิโลเมตร เดิมอยู่บริเวณที่เรียกว่า ทุ่งอ้อมหรือทุ่งล้อม แล้วย้ายมาอยู่ที่วัดท่า ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2326 ได้ย้าย จากวัดท่ามาตั้งบนที่ดอยสูง เรียกว่า วัดดอยแก้ว ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้าง สำคัญคือ ศาลาการเปรียญ วิหารพระพุทธบาทจำลอง และพระอุโบสถ เก่าแก่ ซึ่งบูรณะขึ้นใหม่ เมื่อพ.ศ. 2475 ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ไม้แกะสลักสมัยอยุธยา ที่ฐานจารึกไว้ว่า สร้างเมื่อพ.ศ. 2326

     Located in Moo 4 Tambon Seanto, Mueang Uttaradit district, 8 kilometers away from Wat Phra Fang is one of Uttaradit’s most reputable archelogical site. Its compound retains a viharn of Lord Buddha’s Foot print, a sermons hall and Phra Ubosot houses wooden Buddha image, black lacquered and gold glided by artisam of the early Rattanakosin period.

กลับด้านบน

 -------------------------------------------------------------------------------------------------
7. อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก  
The Phraya Phichai Daphak Monument
    ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นและทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ิของท่านในความองอาจ กล้าหาญ รักชาติ และเสียสละเมื่อครั้งพระยาพิชัย ซึ่งครองเมืองพิชัยในสมัยกรุงธนบุรีได้สร้างเกียรติประวัติไว้มากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ พ.ศ.2316 พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยยกทัพไปสกัดพม่าจนแตกพ่ายกลับไปการรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังรบได้ชัยชนะต่อทัพพม่าด้วยวีรกรรมดังกล่าว จึงได้ สมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”

     Located in front of the Town Hall of Uttaradit Province, built and inaugurated on February 20, 1969 in honor of Phraya Phichai for his valor, bravery, patriotism and self-sacrifice. When as the ruler of Mueang Phichai in the Thonburi era, he had perform many meritorious deeds; particularly in 1873 when the Burmese attacked Mueang Phichai, he marched his men to intercept the Burmese forces, defeated them and repelled them home. In that battle, one of his swords broke, but he gained victory over the Burmese forces. For the said deed, he was called “Phraya Phichai Daphak” (Daphak means broken sword).

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
8. พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก
The Museum of Mythical Metal
   ในอาคารด้านซ้ายมือของอนุสาวรีย์พระยาพิชัยเป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวของเหล็กน้ำพี้อาวุธโบราณ เครื่องใช้สมัยต่างๆ ตลอดจนเครื่องรางของขลังที่ทำจากเหล็กน้ำพี้ และยังเป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาว 9.24 เมตร มีน้ำหนัก 450 กิโลกรัม ใช้เหล็กน้ำพี้ 557.8 กิโลเมตร มีฝักดาบและด้ามเป็น ไม้ประดู่ฝังลวดลายมุก หุ้มปลอกเงินสลักลาย ดาบทำด้วยเหล็กน้ำพี้โดยหาซื้อจากราษฎรบ้านน้ำพี้ ที่มีแหล่งเหล็กกล้าโบราณของไทย บนดาบจะแกะสลักลวดลาย และลงอักขระ ตัวอักษรขอม ใช้เวลาหาเหล็กน้ำพี้ถึง 6 เดือนและใช้เวลาหล่อดาบ 3 เดือน จึงแล้วเสร็จ
     Located near The Monument of Phraya Phichai, exhibits mythical metal or Lek Nam Phi in Thai terminology, ancient arms, amulets, the world’s largest sword. It is 9.24 meters long, weighs 450 kilograms, involves use of 557.8 kilograms of Nam Phi iron, has a sheath and a handle of Pterocarpus indicus wood embedded with pearl designs, girdled with etched silver casings. The sword was made of Nam Phi iron bought from residents of Nam Phi Village, an ancient source of steel of Thailand. The sword itself was etched in designs and Khmer letters. Six months’ time was spent acquiring Nam Phi iron and three months’ time casting the sword before its completion.
-------------------------------------------------------------------------------------------------
9. พิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหัก  
The Museum of Phraya Phichai Daphak
    อาคารด้านขวามือของอนุสาวรีย์พระยาพิชัยในอาคารจัดแสดงประวัติของพระยาพิชัย ประวัติการสู้รบ แบบจำลองสนามรบและวิถีชีวิตในสมัยอยุธยาตอนปลาย เครื่องใช้โบราณ ตลอดจนอาวุธประเภทต่างๆ ของพระยาพิชัย

    Displays a collection of ancient tools including Phraya Phichai’s weapons. In addition, stories on his life and ways of living of Ayutthaya people are also exhibited in the museum.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
10. จุดชมวิวเขาพลึง  
Khao Plueng Viewpoint

     จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 11 ราว 7 กิโลเมตร ถึงทางแยกถนนสายพิษณุโลกเด่นชัยและเลี้ยวซ้ายไปยังรอย ต่ออุตรดิตถ์กับอำเภอเด่นชัย ถึงเขาพลึงขึ้นไปยังจุดชมวิวบนสันเขา ที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ของหุบเขาสลับซับซ้อน ตอนเช้าจะมีหมอกปกคลุมทั่วไปเสมือนหนึ่งอยู่ในแดนสวรรค์ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาพลึงแหล่งชมวิวที่สวยงามที่สุดของอุตรดิตถ์ทั้งยังมีน้ำตกที่สวยงามอยู่หลายแห่ง

    From Uttaradit Province go along the road No.11 about 7 kilometers and turn left onto Phisanulok-Den Chai until reach the boundary between Den Chai and Uttaradit, that is called Kao Plueng where the best scenery of Uttaradit is here included many beautifull waterfalls.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
11. น้ำตกตาดคอม้า  
Tat Ko Ma Waterfall
     อยู่ที่บ้านไฮ่ฮ้า ตำบลบ้านด่านนาขาม เป็นน้ำตก 2 ชั้น มีความสูง
70 เมตร

     Tat Ko Ma Fall has 2 levels, about 70 meters high, located at Ban Hi Ha, Tambon Ban Dan Na Khan.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------

12. น้ำตกแม่เฉย     

    Mae Choey Waterfall

     อยู่ที่บ้านแม่เฉย ตำบลบ้าน-ด่านนาขาม เป็นน้ำตกที่มี ความสูง 3 ชั้น
ตกลดหลั่นลงมา สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ลักษณะคล้ายกับน้ำตกจำยาง

     Mae Choey Waterfall has 3 levels falling down to the basin below, it is similar to Jam Yang Waterfall. It is located at Ban Mae Choey, Tambon Ban Dan Na Kham.

กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
13. น้ำตกขุนริด  
Khun Rid Waterfall
     อยู่ที่บ้านไฮ่ฮ้า ตำบลบ้าน-ด่านนาขาม เป็นน้ำตกที่มีความสูง 30 เมตร ตกลงมาถึง 7 ชั้น มีหญ้ามอสขึ้นปกคลุมตลอดหน้าผา

     Jam Yang Fall is at Ban Hi Ha, Tambon Ban Dan Na Kham, it has 7 levels, about 30 meters high.


กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
14. น้ำตกจำยาง  
Jam Yang Waterfall
     อยู่ที่บ้านแม่เฉย ตำบลบ้าน-ด่านนาขาม เป็นน้ำตกสูงใหญ่ มีด้วยกัน
3 ชั้น ตกลงมาจากผาสูง 30 เมตร ท่ามกลางป่าไม้อันร่มรื่น

     Jam Yang Fall is a large 3 levels falling from the cliff to large basin below with its 30 meters high. It is located at Ban Mae Choey, Tambon Ban Dan Na Kham.


กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------
15. สถูปผู้เสียชีวิตจากการสร้างรถไฟ  
Stupa of Railway Construction Workers
    การสร้างทางรถไฟสายเหนือจากสถานีรถไฟตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ถึงสถานีรถไฟขุนตาล เส้นทางดังกล่าวต้องตัดผ่านจังหวัด อุตรดิตถ์ซึ่งเป็นป่าเขาเต็มไปด้วยไข้ป่า เป็นเหตุให้คนงานต้องเสียชีวิตขณะสร้าง ทางและมักจะฝังศพใกล้กับสถานที่ก่อสร้าง เมื่อการสร้างได้เสร็จสิ้นลงจึงได้ขุดศพผู้เสียชีวิตจำนวน5,000 ศพ มาเก็บรวมไว้ในสถูปเจดีย์ที่หน้า วัดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการบูรณะถึง 3 ครั้ง และมีการทำพิธีสักการะกันเป็นประจำทุกปี

     Northern Railway construction
from Taphan Hin station in Pichit province to Khun Tan station in the past had to pass Uttaradit province where huge forest is located, causing lots of workers died during working in this area. Many were buried near the construction site. After the project was finished, about 5,000 of them were found and kept at the stupa in front of Wat Ta Sao, Mueang Uttaradit district, 3 restorations have been made; worship with offering is made every year.


กลับด้านบน

-------------------------------------------------------------------------------------------------